จัดทำบทความโดย นายพีรพัฒน์ วงศ์วาฤทธิ์ เลขทะเบียน 48210261
แบงก์ทหารไทยยืนเป้าหมายปล่อยสินเชื่อปีหน้าขยายตัวที่ 9% เน้นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่ แม้ปีนี้สินเชื่อติดลบ 3-4 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินฝากตั้งเป้าหมายขยายตัว 13% พร้อมเดินหน้าแผนการขายหนี้เอ็นพีแอลและเอ็นพีเอแม้ภาวะตลาดจะไม่เอื้ออำนวย ยอมรับเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้น แต่ไอเอ็นจี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ได้ตกใจและยังคงยืนยันในการลงทุนในประเทศไทย นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่า ในปีหน้าธนาคารยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อโดยรวมไว้ที่ 9% จากการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหน้าที่ 4% แม้ว่าปัจจุบันจะมีหน่วยงานต่างๆ เริ่มมีการปรับลดประมาณการการเติบโตของจีดีพีปีหน้าลงเหลือ 3% หรือ 2.5%แต่ธนาคารก็ยังคงไม่มีการปรับลดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งธนาคารจะเน้นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก รองลงมา คือเอสเอ็มอี และการปล่อยสินเชื่อรายย่อยเป็นลำดับสุดท้าย สำหรับเงินฝากธนาคารตั้งเป้าว่าในปีหน้าจะเติบโต 13% ทั้งนี้การตั้งเป้าดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าธนาคารต้องการระดมทุนไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการระดมทุนที่ ยากขึ้นในปีหน้าแต่เนื่องจากธนาคารต้องการชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของเงินฝากมาจากการให้บริการลูกค้าที่ดีในทุกๆกลุ่ม ทั้งรายใหญ่ เอสเอ็ม และบุคคล แต่ในส่วนของสภาพคล่องนั้นธนาคารไม่ได้มีปัญหาปัจจุบันก็มีสภาพคล่องอยู่แสนกว่าล้านก็เพียงพอต่อการปล่อยสินเชื่อ ทั้งนี้ธนาคารยังคงตั้งเป้าที่จะขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ประมาณ 3 หมื่นล้านบาทออกไปภายในปีนี้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบัน จะส่งผลให้ราคาในการขายจะต่ำกว่าที่คาด แต่ถ้าหากสามารถขายออกไปได้ก็จะทำให้คุณภาพของสินทรัพย์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้ทำการตั้งสำรอง NPL ไปครบจำนวนแล้ว ส่วนกรณีที่หากราคาที่ขายออกไปต่ำมากนั้น จะมีการตั้งสำรองเพิ่มหรือไม่จะต้องดูอีกครั้งหนึ่ง โดยล่าสุด NPL ก่อนหักสำรองของธนาคารอยู่ที่ 14%หากขายออกไปได้ก็จะลดลงเหลือ 9% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธนาคารยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการดำเนินงานของบลจ.ทหารไทย และ บลจ.ไอเอ็นจี ซึ่งมองว่าการเปิดให้บริการควบคู่กันทั้งสองบลจ.จะช่วยให้ธนาคารมีผลิตภัณฑ์เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างหลากหลายและครบถ้วน ซึ่งธนาคารมองว่าจะยังคงดำเนินโยบายนี้ต่อไป ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าน่าจะปรับลดลง ซึ่งก็จะส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารลดลงตาม แต่ในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้นั้น มองว่าจะสูงขึ้นเนื่องจากความเสี่ยงของลูกค้ามีมากขึ้น โดยดอกเบี้ยเงินกู้จากเดิมที่เคยคิด MLR- ก็จะกลายเป็น MLR ปกติ หรือ MLR+ ทั้งนี้หากดอกเบี้ยเงินฝากลดลงและดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มสูงขึ้นก็จะส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารปรับตัวดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นนั้น จะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องดูความเสี่ยงของลูกค้าประกอบด้วย "ในปีนี้สินเชื่อของธนาคารติดลบแล้ว 3-4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกสินเชื่อของธนาคารติดลบ 2.7 หมื่นล้านบาท แต่ก็เชื่อว่าจากนี้ไปทุกอย่างจะเริ่มเดินหน้าเพราะธนาคารได้ผู้บริหารเข้ามาดูแลสินเชื่อในแต่ละประเภทแล้ว ส่วนก่อนหน้านี้เป็นช่วงระหว่างการปรับโครงสร้างภายในจึงไม่มีผู้ดูแลโดยตรง" สำหรับสถานการณ์การเมืองที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้นทั่วโลกต่างก็มีความเป็นห่วงและมีความเข้าใจสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง แต่สำหรับไอเอ็นจี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TMBก็ไม่ได้ตกใจในสถานการณ์ ยังคงยืนยันในการลงทุนในประเทศไทย เพราะยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และมีความเข้าใจประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งนี้ในส่วนของสาขาธนาคารที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องปิดการดำเนินการไปนั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องส่งผลกระทบต่อรายได้ของธนาคาร แต่ธนาคารยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินการของสาขาที่สุวรรณภูมิ โดยยังไม่มีนโยบายในการลดขนาดสาขาลง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปัญหาการเมืองไทยน่าจะมีทางออกที่ดี และเห็นว่าการเสนอให้มีการยุบสภาเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งปัจจุบันการเมืองไทยเดินทางมาถึงทางสองแพร่ง ต้องมีการเลือกว่าจะไปทางไหน ว่าจะเลือกให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ต้องยึดรูปแบบไม่ให้มีความรุนแรงและควรยึดมั่นใจผลประโยชน์ของประเทศ เชื่อว่าจะมีทางออกในทางที่ดี นายบุญทักษ์ กล่าวว่า ในปี 2552 ธนาคารมีเป้าหมายที่จะบุกเบิกและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการ และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและการศึกษาของเยาวชน โดยธนาคารจะเน้นบทบาทการเป็นธนาคารไทยที่มีวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศในการดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและสังคมโดยส่วนรวม โดยสามารถแบ่งรูปแบบบริการออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.บริการด้านการส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม การดำเนินธุรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2. บริการด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยธนาคารมีแผนงานร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานพันธมิตรในการให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการสิ่งแวดล้อม และการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นต้น และ 3.บริการด้านการสนับสนุนทางการเงินด้านสิ่งแวดล้อม โดยการจัดหาแหล่งเงินช่วยเหลือพิเศษต่างๆ ทั้งด้านเงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษเงินช่วยเหลือให้เปล่า และการจัดหาผู้ร่วมทุน เป็นต้น
จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2551
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9510000140644
คำถาม
1.ทำไม ธนาคารทหารไทยยืนเป้าหมายปล่อยสินเชื่อปีหน้าขยายตัวที่ 9%
2.การขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คืออะไร
3.สถานการสนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องปิดการดำเนินการไปนั้น ส่งผลกระทบอย่างไรกับธนาคารทหารไทย
วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)