วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กนง.คงดอกเบี้ยหวั่นวิกฤติการเงิน-การเมืองฉุดเศรษฐกิจ

จัดทำบทความโดย : น.ส.อัญชลี ชวลิตชูวงษ์ เลขทะเบียน 48210282

----------------------------------------------------------------


คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ
น.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชุดใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ

โดยผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศลดลง รวมทั้งกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และอาจทำให้รัฐบาลไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ตามที่ตั้งเป้าหมายคือร้อยละ 94 รวมทั้งการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนความเสี่ยงจากวิกฤติการเงินโลก มีผลกระทบมายังอุตสาหกรรมที่แท้จริง และเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและเอเชีย ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวตามไปด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับหดตัว โดยยังเชื่อว่า ตลาดส่งออกในเอเชียไม่น่าจะชะลอลงมากนัก ซึ่งจาก 2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ กนง.ต้องติดตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมหรือมีการผ่อนคลายมากขึ้น หากผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากกว่าที่ประเมินไว้
น.ส.ดวงมณีกล่าวด้วยว่า กนง.ประเมินว่า รายได้เกษตรกรที่ขยายตัวสูง และอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มลดลง จะช่วยให้อำนาจซื้อของประชาชนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังมีแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้ออยู่ แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะลดลง แต่ยังคงมีความผันผวน รวมทั้ง 6 มาตรการ 6 เดือนของรัฐบาลเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ซึ่งเมื่อหมดระยะเวลา ราคาสินค้าก็อาจปรับขึ้นตามปกติ ที่จะเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อได้ โดยได้มีการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันในปี 2551 จาก 119.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็น 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปี 2552 จาก 135 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมยืนยันสภาพคล่องในระบบการเงินยังเพียงพอและพร้อมที่จะดูแลระบบการเงินได้

ทั้งนี้ ธปท. จะมีการปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ ในรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อวันที่ 17 ต.ค.นี้ จากที่เคยประมาณการว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวปี 2551 ร้อยละ 4.8-5.8

ที่มา : http://emis.fpo.go.th

คำถาม
1.การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชุดใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก มีมติว่าอย่างไร
2.เศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลงอันเนื่องมาจากสาเหตุใด
3.เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและเอเชีย ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องมายังอะไร

5 ความคิดเห็น:

utccbx007g9 กล่าวว่า...

คำตอบคือ

1.การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชุดใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก มีมติว่าคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ
2.เศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ
3.เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและเอเชีย ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวตามไปด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับหดตัว โดยยังเชื่อว่า ตลาดส่งออกในเอเชียไม่น่าจะชะลอลงมากนัก ซึ่งจาก 2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ กนง.ต้องติดตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมหรือมีการผ่อนคลายมากขึ้น หากผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากกว่าที่ประเมินไว้

นายวศิน ลี้หลบพาล
เลขทะเบียน 4901108388

utccbx007g1 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
utccbx007g1 กล่าวว่า...

1.การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชุดใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก มีมติว่าอย่างไร
ตอบ
ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรก มีมติว่าคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ
2.เศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลงอันเนื่องมาจากสาเหตุใด
ตอบ เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ

3.เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและเอเชีย ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องมาจากอะไร
ตอบ
มาจากภาคการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวตามไปด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับหดตัว โดยยังเชื่อว่า ตลาดส่งออกในเอเชียไม่น่าจะชะลอลงมากนัก ซึ่งจาก 2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ กนง.ต้องติดตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมหรือมีการผ่อนคลายมากขึ้น หากผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากกว่าที่ประเมินไว้

นางสาวพรรัตน์ ผ่องเคหา
48210154

251utccbx007g3@gmail.com กล่าวว่า...

1.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง

2.เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ

3.ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวตามไปด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับหดตัว โดยยังเชื่อว่า ตลาดส่งออกในเอเชียไม่น่าจะชะลอลงมากนัก ซึ่งจาก 2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ กนง.ต้องติดตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมหรือมีการผ่อนคลายมากขึ้น หากผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากกว่าที่ประเมินไว้

นงสาวขนิษฐา ร้อยอำแพง
เลขทะเบียน 4901102127

251utccbx007g10 กล่าวว่า...

1.มีมติว่าคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากเศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ
2.เศรษฐกิจในเดือน ส.ค.เริ่มชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่อัตราการขยายตัวจะชะลอลง เนื่องจากมีความเสี่ยงมากขึ้น จากวิกฤติการเงินโลก และปัจจัยการเมืองในประเทศ
3.มีผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวตามไปด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับหดตัว โดยยังเชื่อว่า ตลาดส่งออกในเอเชียไม่น่าจะชะลอลงมากนัก ซึ่งจาก
2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ กนง.ต้องติดตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมหรือมีการผ่อนคลายมากขึ้น หากผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากกว่าที่ประเมินไว้


นางสาวพัชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375